ไม่ต้องตกใจว่าทำไมผมมี Email ที่ไม่ได้อ่านเยอะขนาดนี้ แต่สามารถดำเนินชีวิตได้แบบไม่สะทกสะท้าน ก็เพราะว่า Email ทั้งหลายมันไม่ได้จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผมขนาดนั้น ผมแค่ต้องการอัพเดตตัวเองไม่ให้ตกเทรนด์ โดยการเปิดรับข่าวสารทุกทาง โดยเฉลี่ยผมจะได้เมล์จาก Gmail วันละ 20-50 เมล์ ก็แค่ 7,300 – 18,250 อีเมล์ต่อปีเท่านั้น (เฉพาะ Gmail เน้น!) และถ้านับวันที่ผมเปิดอีเมล์ครบในแต่ละวัน ก็คงจะไม่ 30 วันต่อปี ที่เหลืออ่านได้ไม่เกินครึ่ง เมื่อมันสะสมไปเรื่อยๆ ปีละ 5,000 เมล์ 4 ปี ก็ถึง 2 หมื่นแล้ว
ที่มาของ อีเมล์จำนวนมาก เรียกว่าถ้าเป็นกระดาษ คงเต็มห้องผมแบบไม่ต้องสงสัย ก็คือ
- ข่าวจากศิลปินที่ผมไป subscribe เอาไว้ น่าจะประมาณ 100 ศิลปิน ซึ่งมีเกินครึ่งที่ส่งเมล์มาทุกอาทิตย์
- Notification จาก Gmail ที่ผมไปเลือก ให้ส่งข่าวตาม Keyword ที่ผมเลือกไว้ 5 อัน ซึ่งอันนี้ส่งบ่อยมาก วันละ 5 – 10 เมล์ ได้
- Notification จาก facebook อันนี้แรงสุด ประมาณวัน 10 - 20 เมล์ ใครเม้นท์ ใคร Post ใคร add มันส่งเมล์มาหมด สารภาพว่า เพิ่งเอาเตือนออกเมื่อวานนี้เอง
- Subscribe จากเว็บที่เราสนใจ อันนี้มีเยอะมาก ทั้งแมกกาซีน GQ, Esquire, Spa, Marta Stewart (เว็บมันสวย แต่ไม่ได้อ่านเลย) เว็บข่าว และอีกมากมาย เรียกว่าเจออะไรใหม่ๆ ก็ไป Subscribe เรื่อยๆ เพิ่งตัดสินใจเมื่อวานว่าจะไปเอาออกให้หมด
- เมล์เรื่องงาน เมล์เพื่อนๆ จริงๆ น้อยมาก ถ้าเทียบกับ 4 ข้อข้างบน
เมื่อก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาอะไร จนกระทั้งได้อ่านหนังสือ The 4-Hour Workweek ของ Timothy Ferriss ที่เพิ่งซื้อเมื่อปลายปีที่แล้ว และเริ่มอ่านมาได้ 1 อาทิตย์ แล้ว ทีแรกก็อยากรู้ว่าทำงานยังไง แค่ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่มีเงินใช้ แถมได้ท่องเที่ยวเรื่อยๆ ไปๆ มาๆ เลยเจอแนวคิดที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตผมเลยก็ได้ คืออ่านได้ประมาณ 90 หน้า ก็เจอคำแนะนำให้ปิดรับข่าวสารทุกอย่าง เช็คเมล์ 2 ครั้งต่อวัน ตั้งข้อความอัตโนมัติในอีเมล์ เพื่อจะบอกทุกคนว่าเรายุ่งมาก เพื่อที่เราจะมุ่งไปที่การทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สุด
และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่ผมลองทำตามคำแนะนำของ Timothy โดยการเปิดเมล์ 2 ครั้ง ช่วงเที่ยง กับ 4 โมงเย็น ซึ่งผมก็เปิด Twitter และ Facebook ช่วงนั้นไปด้วยเลย แถมเปิด MSN ด้วย ทุกอย่างจะพยายามอยู่ใน 2 ช่วงนั้น เผื่อว่าใครมีอะไรเมล์เรื่องงานมา ถ้าคนมาทักนานๆ ใน IM ก็จะพยายามคุยให้น้อยที่สุด แล้วบอกเขาว่า ไม่มีเวลา ถ้าด่วนก็ให้โทรมา
ปรากฎว่าวันแรกของการทดลอง ได้ผลมาก ออกแบบเว็บได้ 5 หน้า แถมยัง Tweet และ Post เรื่องงานใน Facebook ได้ด้วย รู้สึกงานที่ทำออกมาเร็วและมีคุณภาพ และได้เนื้อๆ มาก ไม่มีน้ำเลย เวลาทำงานก็เปิดเพลงฟังตลอด ขนาดหัวหน้ายังไม่ยอมให้มารบกวนเลย ไม่รวมถึงแฟนที่ปกติแชตกันตลอด ต้องตัดเลย ผมอาศัยเวลาตอนเช้า ก่อนทำงาน ตอนพักเที่ยง และตอนเลิกงานคุยกับแฟน ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ความรักจืดจางลงแต่อย่างใด
การทดลองครั้งพบว่า ผมเสียเวลาในแต่ละวันเยอะจริงๆ ทำให้เราไม่มีเวลา และยุ่งกับอะไรก็ไม่รู้ ดีนะที่ยังรู้ตัวตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงได้มาบรรลุกันตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ผมกำลังต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และพยายามหาเวลาทำบางที่ผมอยากทำมากขึ้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นแบบผมบ้าง จะลองเอาไปทำตามบ้าง ก็ไม่ว่ากันครับ
เยอะนะเนี้ย ลบๆไป เริ่มต้นใหม่กับปีใหม่บ้างอะไรบ้าง อย่าเยอะไปนะ สุดโต่งไปก็มะไหวเน้อ
ตอบลบ