วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

22,132 เมล์ที่ยังไม่ได้อ่าน เฉพาะ Gmail ยังไม่รวม Hotmail และ Yahoo รวมกันเป็นหมื่น

เพิ่งรู้ตัวว่ากลายเป็นทาสของเทคโนโลยีไปซะแล้ว

ไม่ต้องตกใจว่าทำไมผมมี Email ที่ไม่ได้อ่านเยอะขนาดนี้ แต่สามารถดำเนินชีวิตได้แบบไม่สะทกสะท้าน ก็เพราะว่า Email ทั้งหลายมันไม่ได้จำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผมขนาดนั้น ผมแค่ต้องการอัพเดตตัวเองไม่ให้ตกเทรนด์ โดยการเปิดรับข่าวสารทุกทาง โดยเฉลี่ยผมจะได้เมล์จาก Gmail วันละ 20-50 เมล์ ก็แค่ 7,300 – 18,250 อีเมล์ต่อปีเท่านั้น (เฉพาะ Gmail เน้น!) และถ้านับวันที่ผมเปิดอีเมล์ครบในแต่ละวัน ก็คงจะไม่ 30 วันต่อปี ที่เหลืออ่านได้ไม่เกินครึ่ง เมื่อมันสะสมไปเรื่อยๆ ปีละ 5,000 เมล์ 4 ปี ก็ถึง 2 หมื่นแล้ว

ที่มาของ อีเมล์จำนวนมาก เรียกว่าถ้าเป็นกระดาษ คงเต็มห้องผมแบบไม่ต้องสงสัย ก็คือ

  1. ข่าวจากศิลปินที่ผมไป subscribe เอาไว้ น่าจะประมาณ 100 ศิลปิน ซึ่งมีเกินครึ่งที่ส่งเมล์มาทุกอาทิตย์

  2. Notification จาก Gmail ที่ผมไปเลือก ให้ส่งข่าวตาม Keyword ที่ผมเลือกไว้ 5 อัน ซึ่งอันนี้ส่งบ่อยมาก วันละ 5 – 10 เมล์ ได้

  3. Notification จาก facebook อันนี้แรงสุด ประมาณวัน 10 - 20 เมล์ ใครเม้นท์ ใคร Post ใคร add มันส่งเมล์มาหมด สารภาพว่า เพิ่งเอาเตือนออกเมื่อวานนี้เอง

  4. Subscribe จากเว็บที่เราสนใจ อันนี้มีเยอะมาก ทั้งแมกกาซีน GQ, Esquire, Spa, Marta Stewart (เว็บมันสวย แต่ไม่ได้อ่านเลย) เว็บข่าว และอีกมากมาย เรียกว่าเจออะไรใหม่ๆ ก็ไป Subscribe เรื่อยๆ เพิ่งตัดสินใจเมื่อวานว่าจะไปเอาออกให้หมด

  5. เมล์เรื่องงาน เมล์เพื่อนๆ จริงๆ น้อยมาก ถ้าเทียบกับ 4 ข้อข้างบน


เมื่อก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาอะไร จนกระทั้งได้อ่านหนังสือ The 4-Hour Workweek ของ Timothy Ferriss ที่เพิ่งซื้อเมื่อปลายปีที่แล้ว และเริ่มอ่านมาได้ 1 อาทิตย์ แล้ว ทีแรกก็อยากรู้ว่าทำงานยังไง แค่ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่มีเงินใช้ แถมได้ท่องเที่ยวเรื่อยๆ ไปๆ มาๆ เลยเจอแนวคิดที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตผมเลยก็ได้ คืออ่านได้ประมาณ 90 หน้า ก็เจอคำแนะนำให้ปิดรับข่าวสารทุกอย่าง เช็คเมล์ 2 ครั้งต่อวัน ตั้งข้อความอัตโนมัติในอีเมล์ เพื่อจะบอกทุกคนว่าเรายุ่งมาก เพื่อที่เราจะมุ่งไปที่การทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สุด

และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่ผมลองทำตามคำแนะนำของ Timothy โดยการเปิดเมล์ 2 ครั้ง ช่วงเที่ยง กับ 4 โมงเย็น ซึ่งผมก็เปิด Twitter และ Facebook ช่วงนั้นไปด้วยเลย แถมเปิด MSN ด้วย ทุกอย่างจะพยายามอยู่ใน 2 ช่วงนั้น เผื่อว่าใครมีอะไรเมล์เรื่องงานมา ถ้าคนมาทักนานๆ ใน IM ก็จะพยายามคุยให้น้อยที่สุด แล้วบอกเขาว่า ไม่มีเวลา ถ้าด่วนก็ให้โทรมา

ปรากฎว่าวันแรกของการทดลอง ได้ผลมาก ออกแบบเว็บได้ 5 หน้า แถมยัง Tweet และ Post เรื่องงานใน Facebook ได้ด้วย รู้สึกงานที่ทำออกมาเร็วและมีคุณภาพ และได้เนื้อๆ มาก ไม่มีน้ำเลย เวลาทำงานก็เปิดเพลงฟังตลอด ขนาดหัวหน้ายังไม่ยอมให้มารบกวนเลย ไม่รวมถึงแฟนที่ปกติแชตกันตลอด ต้องตัดเลย ผมอาศัยเวลาตอนเช้า ก่อนทำงาน ตอนพักเที่ยง และตอนเลิกงานคุยกับแฟน ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ความรักจืดจางลงแต่อย่างใด

การทดลองครั้งพบว่า ผมเสียเวลาในแต่ละวันเยอะจริงๆ ทำให้เราไม่มีเวลา และยุ่งกับอะไรก็ไม่รู้ ดีนะที่ยังรู้ตัวตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมเราถึงได้มาบรรลุกันตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ผมกำลังต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และพยายามหาเวลาทำบางที่ผมอยากทำมากขึ้น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นแบบผมบ้าง จะลองเอาไปทำตามบ้าง ก็ไม่ว่ากันครับ

1 ความคิดเห็น:

  1. เยอะนะเนี้ย ลบๆไป เริ่มต้นใหม่กับปีใหม่บ้างอะไรบ้าง อย่าเยอะไปนะ สุดโต่งไปก็มะไหวเน้อ

    ตอบลบ