แต่ก็มีอีกแนวคิดหนึ่ง คือ Sell A Band ที่ให้อิสระกับศิลปินมากกว่า เป็นเหมือนชุมชน คนรักเพลง ที่มีความเชื่อในศิลปิน ถ้าเราได้สมัครสมาชิกเว็บ เราจะถูกเรียกว่า Believer (ผู้เชื่อ) ราวกับจะตั้งคำถามกับเราว่า เราเชื่อไหมว่าวงนี้จะดัง ถ้าเราเชื่อ ก็จงควักกระเป๋าตังค์ของเราออกมาให้เขาไป 10 ยูโร โดยพลัน (จริงๆ แล้ว จำนวนที่จะให้ แต่ละศิลปิน แต่ละโปรเจค จะไม่เท่ากัน เพราะว่า แต่ละศิลปิน จะมีเป้าหมายในการระดมทุนแตกต่างกันไป

ตัวอย่างของเป้าหมายการระดมทุนของศิลปิน
- หาเงินบันทึกเสียง และ Mix เสียง อัลบั้ม
- หาเงินการทำแผ่น Master สำหรับอัลบั้ม
- หาเงินถ่ายมิวสิควิดีโอ
- หาเงินจ้างช่างภาคเพื่อถ่ายภาพสำหรับอัลบั้ม รวมถึงจ้างคนทำอาร์ตเวิร์ค
- หาเงินจัดทัวร์คอนเสิร์ต
หรือลองดูวิดีโอตัวนี้ น่าจะเห็นภาพมากขึ้น
แล้วถ้าเกิดเราจ่ายไปแล้ว เราจะได้อะไรกลับคืนมา
สิ่งเราจะได้รับ มันถูกเขียนใน Proposal ของศิลปินแล้ว ซึ่งสิ่งที่ให้ก็จะไม่เหมือนกันในแต่ละศิลปิน เช่น
- ฟรีดาวน์โหลดอัลบั้ม
- ให้แผ่นซีดีเวอร์ชั้นพิเศษ พวก Limited Editon สำหรับแฟนเท่านั้น
- แจกเสื้อยืด หมวก สติ๊กเกอร์
- ให้ Backstage Passes คือสามารถเข้าไปอยู่หลังเวทีได้ คือ ใกล้ชิดกับศิลปินมากที่สุด นั้นหมายถึงว่า เวลาวงเตรียมตัวขึ้นเล่นคอนเสิร์ต เราจะได้อยู่ร่วมทุกเหตุการณ์เลย
- ให้รายได้ส่วนแบ่งจากยอดขายซีดี หรือคอนเสิร์ต เหมือนเป็นหุ้นส่วนเลย
รายละเอียดย่อๆ ว่า ถ้าเราสนใจอยากสนับสนุนศิลปินต่างๆ เราจะทำอย่างไร
- ค้นหาดนตรี เพลงที่เราชื่นชอบ ในเว็บจะมีชาร์ตเพลงว่า มีเพลงอะไรฮิต ศิลปินไหนกำลังฮอต เลือกหาศิลปินตามแนวเพลง
- สนับสนุนศิลปินที่เราชอบ เราสามารถซื้อหุ้นของโปรเจคได้ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ยูโร (ประมาณ 500 บาท)
- เป็นโปรโมตเตอร์ ให้เงินยังไม่พอ ช่วยโปรโมตด้วย โพสต์ลิงค์ให้หน้า facebook เปลี่ยนหน้า Profile เป็นรูปศิลปิน
- เปลี่ยนใจ เราสามารถเปลี่ยนไปสนับสนุนโปรเจคอื่นๆ ได้เสมอ ถ้าการระดมทุนยังไม่ถึงเป้าหมาย (เหมือนกับ My Major Company)
- ศิลปินไปถึงเป้าหมาย เมื่อประตูปิด มีไม่ใครเข้ามาเป็น ผู้เชื่อ เพิ่มได้อีก ขณะที่เราก็ไม่สามารถถอนเงินออกได้แล้ว
- ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ ศิลปินเริ่มใช้เงินที่ได้มาในการทำให้โครงการสำเร็จ ที่เราก็รอว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะดังหรือจะดับ :P
- ได้รับรางวัล อาจจะได้ดาวน์โหลดเพลงฟรีก่อนใคร หรือได้รับสินค้าต่างๆ ที่ศิลปินเสนอให้ เช่น ซีดีแบบพิเศษ เสื้อคอกลม กินข้าวกับศิลปิน และอื่นๆ บางศิลปินถึงกับให้ส่วนแบ่งรายได้
ถ้าให้เปรียบเทียบ My Major Company กับ Sell A Band ว่ามีอะไรแตกต่างกัน คงมีคร่าวๆ ดังนี้
- My Major Company จะให้ความมั่นใจในเรื่องการลงทุนมากกว่า Sell A Band คือ เขาเป็นค่ายเพลงจริงๆ ที่มีการจัดการมืออาชีพ ในขณะที่ Sell A Band ให้ทำกันเอง
- Sell A Band มีศิลปินให้ค้นหามากกว่า ขณะที่ My Major Company เหมือนจะคัดกรองศิลปินมาแล้วระดับหนึ่ง ไม่ค่อยเปิดกว้างเท่าใดนัก
- Sell A Band ให้อิสระในการทำงานมากกว่า เพราะไม่ต้องอยู่ในกรอบของค่ายเพลง สามารถคิดสร้างสรรค์ได้เต็มที่ คือ ถ้าอยากลองทำอะไรแปลกๆ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาเซ็นเซอร์ห้ามทำ
- Sell A Band มีแนวคิดในมุมมองของแฟนเพลงมากกว่า คือ เขาพยายามคิดว่า ถ้าเราเป็นแฟนเพลง เราชอบศิลปินนี้ และอยากสนับสนุน เราจะทำอะไรบ้าง และมองว่า ถ้าศิลปิน มีคนมาสนับสนุน ศิลปินจะให้อะไรบ้าง ในขณะที่ My Major Company เป็นมุมมองของค่ายเพลง ที่คิดว่าจะสนับสนุนศิลปินหน้าใหม่ให้สำเร็จได้อย่างไร ในรูปแบบของค่ายเพลง โดยที่ขอแรงสนับสนุนจากแฟนเพลงด้านการเงิน โดยเสนอรายได้ตอบแทนอย่างชัดเจน
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะ ว่าชอบแบบไหน ส่วนผมบอกเลยว่าชอบ Sell A Band มากกว่า เพราะดูไม่เป็นการค้ามากจนเกินไป สำหรับแฟนเพลง แค่ได้ทำอะไรให้ศิลปินเราชอบ แล้วได้อะไรตอบแทนมาบ้างเล็กๆ น้อยๆ มันก็รู้สึกดีมากๆ แล้ว
