วันเสาร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2549

Here Is Our King (David Crowder Band)



[caption id="attachment_226" align="alignleft" width="120" caption="David Crowder Band"]David Crowder Band[/caption]

วันนี้เลือกเพลงเด่นจากงาน GMA Music Awards มาอีก 1 เพลง Here Is Our King ได้รับรางวัล Rock Song of The Year ในขณะที่ David Crowder Band ก็พาอัลบัม A Collision ก็ได้รับรางวัล Rock Album of The Year ไปด้วย แถมท้ายด้วยรางวัล Special Event Album of The Year จาก Soundtrack Narnia ไปด้วย (Track เพลง Turkish Delight) อยากรู้จัก David Crowder Band มากขึ้นเข้าไปที่ www.davidcrowderband.com ครับ

ต้องบอกว่านี่เป็นอีกหนึ่งผลผลิตจาก Passion Conference (www.268generation.com) ที่มี Louie Giglio เป็นผู้ก่อตั้ง แล้ว Giglio ยังได้รับรางวัล Youth Musical of The Year จาก His Renown ไปอีก สรุปรวม กับ Chris Tomlin ด้วย ทำให้ ค่าย Passion/Sixstepsrecords ได้ GMA Music Awards ไปโชว์ถึง 10 ตัว ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ

เพลง Here is Our King ผมได้ฟังครั้งแรกใน Passion 05 พูดถึงดนตรีต้องบอกว่าเป็นการผสมผสานเพลงร็อคกับอิเล็กทรอนิกส์โปรแกรม ทำให้ได้ Sound ที่ทันสมัยมาก ๆ ยิ่งได้ดูใน DVD แล้วรู้สึกอยากไปดูคอนเสิร์ตของ DCB มาก ๆ เบื้องหลังของเพลงนี้มาจากการที่ David Crowder ได้ดูข่าวเหตุการณ์สึนามิ วันที่ 26 ธันวาคม 2004 เขาบอกว่าดูแล้วก็ตกใจมาก ที่เห็นคนตายกันเยอะมาก ทำให้รู้สึกว่า เราจะอธิบายเหตุการณ์นี้อย่างไรดี ในเมื่อพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ พระเจ้าเป็นความรัก แต่คนตายเป็นแสน ขออธิบายด้วยเนื้อเพลงก่อนดีกว่า

Here Is Our King

From wherever spring arrives to heal the ground...from wherever searching comes
(the look itself a trace of what we're looking for).
So be quiet now and wait.

The ocean is growing.
The tide is coming in.
Here it is...Here is our King.
Here is our love.
Here is our God who's come to bring us back to Him.
He is the One. He is Jesus

And what was said to the rose to make it unfold
was said to me here in my chest,
so be quiet now and rest.

The ocean is growing.
The tide is coming.
Here it is...He is our King. He is our love.
He is our God who's come to bring us back to Him.
He is the One.
He is Jesus.

Majesty.
Finally.

ผมว่าเพลงนี้ได้ตอกย้ำความเชื่อของคริสเตียนได้อย่างดี เหตุการณ์ร้าย ๆ ที่รุนแรงแบบเหลือเชื่อเหล่านี้ เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น เราต้องกลับมาย้อนดูตัวเราเองว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ พระเจ้าอาจจะกลับมารับเราไปเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นเราจึงต้องรอคอยอย่างจดจ่ออยู่เสมอ ทำในสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยพระเจ้าจริง ๆ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว พระเจ้าจะกลับมารับเราอย่างสง่างาม พระสิริของพระองค์จะปรากฎแก่ทุกสายตา ขอให้ในวันนั้นเป็นเราที่มีโอกาสนคุกเข่าต่อหน้าพระองค์ด้วยความภาคภูมิใจ

2 ความคิดเห็น: