[caption id="attachment_200" align="alignleft" width="120" caption="Matt Redman"]
[/caption]The Heart of Worship เป็นเพลงของ Matt Redman ที่แต่งตั้งแต่ปี 1999 เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบัม Intimacy ซึ่งเป็นอัลบัมแรกของ Matt Redman ด้วย และในปัจจุบันนี้ Matt Redman เองก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักแต่งเพลงนมัสการ (Worship song) ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ถ้าอยากรู้จัก Matt Redman มากกว่านี้เข้าไปที่ www.mattredman.com ได้ครับ
เพลง The Heart of Worship นับได้ว่าเป็นเพลงที่คริสเตียนควรจะนำมาทบทวนถึงวิธีนมัสการของตัวเองว่าถูกต้องหรือไม่ เพลงนี้เองได้ถูกนำไปอ้างอิงในหนังสือ The Purpose Driven Life ของ Rick Warren ที่ขายได้มากกว่า 25 ล้านเล่ม (ยังน้อยกว่า The Da Vinci Code ที่เขาอ้างว่าขายได้กว่า 40 ล้านเล่ม น่าเสียดายมาก) และถูกแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์ ใครที่ยังไม่เคยอ่านสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ www.cedthai.org (ภาษาไทย) ส่วนเวอร์ชันภาษาอังกฤษหาซื้อได้ที่ Asia Book และ Kinokuniya ครับ
The Heart of Worship ได้ถูกนำมา Cover โดยศิลปินคริสเตียนหลายครั้งมาก ไม่ว่าจะเป็น Michael W. Smith, Sonicflood, Phillips, Craig & Dean, John Tesh ฯลฯ ใครที่ไม่เคยฟังก็สามารถ ลองฟังได้จากลิงค์ข้างบน ซึ่งสามารถ Subscribe ได้ด้วยครับ
แนะนำกันไปแล้วว่าเพลงนี้ได้รับการยอมรับกันขนาดไหน ถ้าจะไม่พูดถึงเนื้อเพลง ก็ดูเหมือนจะขาดอะไรสักอย่าง
The Heart of Worship
When the music fades
And all is stripped away
And I simply come
Longing just to bring
Something that's of worth
That will bless your heart
I'll bring You more than a song
For a song in itself
Is not what You have required
You search much deeper within
Through the ways things appear
You're looking into my heart
I'm coming back to the heart of worship
And it's all about You
All about You, Jesus
I'm sorry Lord for the thing I've made it
When it's all about You
It's all about You Jesus
King of endless worth
No one could express
How much You deserve
Though I'm weak and poor
All I have is Yours
Every single breath
I'll bring You more than just a song
For a song in itself
Is not what You have required
You search much deeper within
Through the way things appear
You're looking into my heart
I'm coming back to the heart of worship
And it's all about You
All about You, Jesus
I'm sorry Lord for the thing I've made it
When it's all about You
It's all about You Jesus
Its all about you
Jesus
ซึ่ง Matt Redman ได้พูดถึงเรื่องราวเบื้องหลังเพลงนี้เอาไว้ในหนังสือ The Unquenchable Worshipper ของเขาเองไว้ว่า
"สองสามปีหลังนี้ในโบสถ์ของเรา ได้มีการตระหนักถึงบางสิ่งที่เราคิดว่าเป็นการขัดขวางการนมัสการของเราอย่าง แท้จริง พวกเขากำลังโยนเราออกจากสิ่งที่เป็นความหมายที่แท้จริงของการนมัสการ เรามักจะกันเอาเวลาจำนวนมากในการประชุมของเราเพื่อจะนมัสการพระเจ้าผ่านทาง เสียงเพลง แต่สิ่งนี้ได้เริ่มปรากฏชัดในใจของเราว่าเราเองกำลังสูญเสียบางสิ่งบางอย่างไป ความเร่าร้อนที่เคยเป็นลักษณะพิเศษของการนมัสการของเราได้กลายเป็นความเย็นชาไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ว่าในบางครั้งทุกสิ่งจะดูยอดเยี่ยมไปหมด เพราะเรามีนักดนตรีที่เก่งอย่างเหลือเชื่อ และระบบเสียงชั้นยอด แถมยังมีเพลงใหม่ๆ จำนวนมากอีกด้วย แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบ เราเริ่มจะมั่นใจกับสิ่งเหล่านี้มากเกินไปหน่อย และทำให้เราเองได้เขวไปจากการนมัสการที่แท้จริง เมื่อผู้คนได้เริ่มเข้ามาสู่การนมัสการในครั้งใดๆ เราก็เริ่มรอที่จะดูว่าวงดนตรีมีหน้าตาเป็นอย่างไร เสียงนั้นดีขนาดไหน หรือติดอยู่กับเพลงที่ได้ถูกเลือกมานั้นเราชอบหรือไม่
ศิษยาภิบาล Mike ได้ตัดสินใจครั้งใหญ่ที่จะหาแนวคิดในการลงมือทำอะไรสักอย่าง “เราได้ปลดเปลื้องทุกสิ่งที่เป็นการปรุงรสออกไป เพียงเพื่อจะเห็นว่าหัวใจของเรานั้นอยู่ที่ไหนกันแน่” ดังนั้น ในวันอาทิตย์ถัดไปเมื่อเราได้กลับมาที่โบสถ์ ไม่มีระบบเสียงอยู่เลย และยังไม่มีวงดนตรีที่จะนำเราอีกด้วย การเข้าถึงครั้งใหม่นี้ดูง่ายมาก เราไม่ได้กำลังจะจนลง เพราะไม่มีสิ่งเหล่านั้นให้เห็น Mike บอกว่า “เมื่อคุณเดินผ่านประตูโบสถ์ในวันอาทิตย์ อะไรคือสิ่งที่คุณกำลังจะนำมามอบถวายให้พระเจ้า? อะไรคือเครื่องบูชาของคุณในวันนี้?”
ถ้าผมจะซื่อสัตย์กับตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ควรจะทำให้ผมไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะการนมัสการเป็นงานของผม! แต่เป็นพระเจ้าที่ทำให้ใจของผมอ่อนลง ผมเริ่มที่จะเห็นพระปัญญาของพระเจ้าเหนือกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น ในการประชุมนมัสการครั้งแรกมีความอึดอัดอยู่นิดหน่อย เพราะมีแต่ความเงียบสงบอยู่นาน และไม่ได้มีการร้องเพลงไปเรื่อย ๆ แต่เรากลับใกล้ที่จะเรียนรู้ว่า เราจะมอบถวายหัวใจของเราอย่างไรให้กับพระเจ้าโดยปราศจาก หลุมพรางภายนอกที่เราได้โตมากับมัน เมื่อปลดเปลื้องทุกสิ่งออกไป เราก็จะเริ่มค้นพบหัวใจของการนมัสการอีกครั้งอย่างช้าๆ
หลังจากนั้นสักพักหนึ่ง วงดนตรีนมัสการและระบบเสียงได้ปรากฏอีกครั้งหนึ่ง แต่นั่นไม่เหมือนเดิมแล้ว บทเพลงของหัวใจของเรากลายเป็นหนึ่งเดียวกับบทเพลงที่ออกมาจากปากของเรา
เมื่อได้ออกจากสิ่งปรุงแต่งทั้งหมดนี้ ผมได้มาไตร่ตรองถึงสิ่งเกิดขึ้นที่โบสถ์ และได้เขียนเพลง The Heart of Worship ขึ้นมา"
ถึงเวลาที่เราจะกลับมาค้นหาหัวใจของการนมัสการภายในหัวใจของเราเองด้วยเช่นกันครับ
อืม...ผมชอบเพลงนี้มากนะครับ จะหาเนื้อไทยที่แปลแล้วได้ที่ไหนบ้างเนี้ย..อยากเอามาใช้ในคริสตจักรบ้างจังเลยครับผม
ตอบลบ